วิธีการเก็บเลเวล

ไกด์ไนท์ตอนจบ ที่เก็บเลเวลที่เหมาะกับไนท์คืออะไรน้าา มาดูกัน

เอาหละหลังจากที่เราได้ลงเรื่องของแนวทางการเล่น และการอัพสกิลของไนท์ทั้งสองรูปแบบแล้ว
โดยจากที่เห็นคือจะมีไนท์สองสาย คือสายกลุ่ม ไนท์แกรน และสายเดี่ยว คือไนท์อิม

โดยไนท์แกรนจะมีที่เก็บเลเวลค่อนข้างเป็นเอกลักษณ์เลยครับดังนี้ครับ

สำหรับไนท์อิม จะใช้ที่เก็บเลเวลแบบเดียวกับวอริเออร์เลยครับ เพราะแนวการเก็บเวลคล้ายๆกันคือพยายามหาที่ที่ไม่มีเมจไป จะได้เวลสบายใจ 
สำหรับไนท์อิม ที่จะดูที่เก็บเวลแบบเดียวกับวอ ขอเชิญที่ไกด์วอตอนจบ คลิกลิ้งค์นี้เลยฮะ
http://sealthaiguide.blogspot.com/2017/03/blog-post_26.html <<< ใช้ที่เก็บเวลเหมือนกันเน้อ

     เอาหละกลับมาที่ไนท์สายกลุ่ม หรือไนท์แกรนนะครับ จะต้องเน้นพื้นที่ที่ มีมอนสเตอร์จำนวนมากๆเพื่อให้เก็บเลเวลได้ง่ายๆนะครับ
ช่วง 1-16 ก็ทำเควสครับ จะเวล 16 เลย
หลังจาก 16 แล้ว แนะนำให้ทำเควสเข้าห้องมูมู่เลยครับ (หาคนมากดตี้ พอเข้าห้องแล้วออกตี้ได้ไม่มีปัญหา)
โดยวิธีการทำเควสเข้าห้องนี้ ดูได้ที่ลิ้งค์นี้ฮะ
http://sealthaiguide.blogspot.com/2017/03/blog-post_78.html
โดยสามารถอยู่ที่นี่จน LV 24 ครับ

แนะนำให้มาตัวนี้ครับ Warrior Piya Lv24 มีจำนวนค่อนข้างเยอะ และลากง่าย ไม่ค่อยมีคนมากวนเท่าไหร่ (เพราะมันตีแรง แต่สำหรับไนท์มันจิ๊บๆ) สามารถเลเวลได้ยาวยัน 30 เลยครับ
สามารถเจอวอปิย่าได้ที่ Outer Wall of Lime เดินไปทางขวาของ Lime ครับ

หรือจะมาลากนักมวย Joe The Kick Boxer ก็ได้ ตัวนี้ลากง่ายด้วยเพราะตีก่อน ดรอปดาบไนท์ด้วยนะครับ มีจำนวนเยอะ ตัวบาง ลากมาลงสกิลได้ง่ายๆ เจอได้ที่ Adel Monastery สามารถไปได้จาก Merdelin เมืองตัวตลกครับ

ต่อไปสามารถมาลากหมีได้ครับ ตายค่อนข้างง่าย ทั้ง แม่หมี ลูกหมี และพ่อหมี จำนวนเยอะ และลากได้ง่าย ดรอปชุดหมีราคาดีซะด้วย อยู่ได้ยาวๆยัน 38-40 เลยครับ อยู่ที่ East of Laywook Forest ไปได้จาก Merdelin ครับ

หรือจะไปลากอีกาก็ได้ครับ เนื่องจากปริมาณเยอะ อยู่เป็นกลุ่ม และตายง่าย ก็สามารถเก็บเวลได้ดีครับ โดยจะเจออีกาที่ Midstream of Mimir River โดยสามารถไปได้จากล่างเมือง Zaid ครับ

จริงๆสมัยวินเน่าจะมีห้องหุ่นครับ ที่จะได้ชุดนักเรียน ซึ่งเป็นสถานที่ๆไนท์จะอยู่กันเยอะมากยาวๆยัน 60 เลยครับ แต่ว่า….. ได้ข่าวเขาเอาออกจากแพทใหม่ไปครับ ไม่รู้ทำไม เสียดาย TT

หลังจากนั้นสามารถไปเก็บตัวนี้ครับ Ghost Mage เลเวล 42 โดยจะเจอที่ ถ้ำแมงมุมชั้น 1 และ 2 ครับ โดยถ้ำแมงมุมสามารถไปได้โดย ไปทางเหนือของ Laim แล้วเดินไปกลางแผนที่จะเจอทางเข้าถ้ำแมงมุมครับ พอเข้าถ้ำมาเดินไปให้เกือบลงชั้นสองจะมีอยู่ห้องนึงที่มีตัวนี้จำนวนเยอะมากครับ ดังนั้นลากสบายครับ ยาวๆ อยู่ได้ยัน 50-52 เลยทีเดียวครับ

แล้วมาถึงสวรรค์ของไนท์สายลากนะครับ เหล่าตระกูลมอนสเตอร์ทุกตัวที่อยู่ในถ้ำ Clement Mine ชั้น 1 โดยที่นี่จะมีมอนสเตอร์จำนวนเยอะสุดๆมากๆเลยครับ โดยสามารถเข้าได้โดยทำเควสที่ Zaid ครับ ถ้ำจะอยู่ที่ ด้านบนของ Zaid โดยมากแล้วจะอยู่นี่ยาวๆเลยครับ ยัน 70 เลยทีเดียวเพราะลากสบายมากๆ

(พอเริ่มเวลห่าง ก็ขยับเข้าไปโซนลึกครับจะมีมอนสเตอร์เลเวลสูงขึ้น)

เข้าไปด้านในก็จะเจอมอนสเตอร์ที่เก่งมากขึ้นครับ

ต่อไป หลังจากเวลที่เหมืองมาจนซัก 65-70 ก็สามารถย้ายมาตี Succubus ได้ครับ โดยจะมีจำนวนค่อนข้างเยอะ และดรอปของที่สายไนท์ลากต้องการมากๆคือปีก Succubus ครับ ที่ + ความอึดสูง ทำให้เรายิ่งอึดเข้าไปอีกครับ เจอซัคคิวบัสได้ที่ East of Sealed Island  ไปได้จากทางซ้ายของแมพ Zaid ครับ จะเจอแมพหิมะที่มีหุ่นเหล็ก จะมีทางเข้าอยู่ที่ด้านล่างครับ โดยสามารถอยู่ที่นี่ได้ยาวๆยัน 82 เลยครับ

**ปกติจะมีห้องสะพานซัค ที่ดรอปชุดเมด แต่ไม่รู้จะโดนถอดไหมครับ เห็นมีข่าวว่าโดนถอดเหมือนห้องชุดนักเรียน**
โดยสลับลากรวมกับอินคิวบัสนะครับ มอนสเตอร์ค่อนข้างเยอะ เวลได้สบายๆ(บางคนเวลยัน 90 จนกว่าจะหาปีกมาใช้ได้)

หรือช่วง 80 จะขยับมาลาก Incubus ใหญ่ เลเวล 78 ก็ได้ครับ ก็จะสามารถเก็บเวลได้ยันเกือบ 90 เลยทีเดียว เจอได้ที่ Forest of Herkaus สามารถใช้คำสั่งวาร์ปไปได้เลยครับ

ช่วง 90 สามารถลงเหมืองชั้นสองได้ครับ โดยชั้นสองจะมีแมงป่องและมอนอื่นๆจำนวนเยอะมากๆ ซึ่งดรอปหางแมงป่องด้วยครับ ราคาค่อนข้างดีเลย จำนวนเยอะ ลากง่าย ลากสนุกยาวๆ  โดยสามารถอยู่ได้ยาวๆยัน เลเวล 100-105 เลย
หรือมีอีกทางเลือกคือ

ลงห้องธาตุมืดไปเลย ล่าโคลน กับเทพดำที่มีจำนวนพอให้ลากได้(ไม่เยอะเท่าแมงป่อง) แต่ก็สามารถลากได้เรื่อยๆเช่นกัน โดยเข้าไปจากการทำเควสห้องธาตุครับ

โดยเทพสีดำนั้นจะดรอปปีกเทพดำที่เหมาะกับไนท์สายแกรนมากๆๆครับ ได้มานี่ใช้ได้อีกยาวเลย ดังนั้นหามาใช้ได้จะเยี่ยมมาก + Def เพียบบ

ถ้าช่วง 105 สามารถมาที่ Forest of Crosis ได้ ที่นี่คือสวรรค์ของไนท์เลยครับ เพราะมีเจ้าเกียร์ Chaos Gear LV110 อยู่ ซึ่งที่นี่อาชีพอื่นไม่ค่อยมายุ่งครับ เพราะมันเลเวลช้า แต่เจ้าเกียร์เนี่ยจำนวนเยอะ และดรอปธาตุ + ขยะที่ค่อนข้างดี ทำให้หาเงินได้ดีครับ (เกียร์) โดยสามารถไปแผนที่นี้ได้โดยใช้คำสั่งวาร์ปครับ

โดยข้างๆนั้นจะมีเทพแสงด้วย สามารถลากมารวมเพื่อแกรนได้โดยเป้าหมายของเราคือเทพผู้หญิง Mariel ครับ ซึ่งเธอจะดรอปปีกขาวสุดเทพ Wing of Mariel ที่เป็นปีกที่ + Def ได้โหดมากๆ
+Def 100 + Asp 20 + Acc 10 +Cri 20 +Evade 10 เห็นไหมครับเทพมากเลย ได้มาใช้นี่ทั้งอึด ทั้งแม่น ทั้งเร็ว ดังนั้นส่วนมากจะอยู่ที่นี่ยาวๆยัน 125 เลยครับ

ต่อไปช่วง 125 แนะนำลงสุสานครับ

ที่นี่จะมีมอนสเตอร์มืดทั้งหมด ถ้าเรามีธาตุแสงใส่อาวุธจะกำจัดได้ง่าย แต่ประเด็นคือที่นี่จำนวนมอนสเตอร์มหาศาลมากครับ และพื้นที่แคบ ทำให้ลากได้ง่ายมากๆครับ บางคนอยู่ที่นี่ยาวยันเกือบเปลี่ยนอาชีพเลย โดยมอนสเตอร์ด้านในจะเลเวลสูงขึ้นครับ

ด้านในมีมอนสเตอร์เลเวลสูงขึ้น และแน่นอนเป็นธาตุมืด ดรอปดาบวอ คทาเมจ และอื่นๆ ของแรร์ๆทั้งนั้น แล้วจำนวนเยอะมากๆด้วยครับ เลเวลสบายๆเลย
โดย Catacomb สามารถเข้าได้จาก Upstream of Glasis River (มาจากด้านซ้ายของ Elim)
อันนี้แถม แผนที่สุสานครับ

กันหลงนะกันหลง
โดยผมแนะนำให้ขยับหามอนเลเวลสูงในสุสานไปเรื่อยๆครับ(ยิ่งลึกมอนยิ่งเวลสูง)
โดยตัวที่เก่งที่สุดในสุสานชั้น 1 คือตัวนี้ครับ

ซอมบี้ เลเวล 137 ครับ ธาตุมืดเช่นกัน ดังนั้นสามารถอยู่ที่นี่ได้ยัน เปลี่ยนอาชีพเลยครับ 150

ก็จบกันแล้วนะครับสำหรับมอนสเตอร์ที่ควรมาเก็บเลเวลของไนท์สายแกรน ต่อไปเป็นไอเทมครับ

สำหรับไนท์สายอิม ให้ใช้ไอเทมแบบเดียวกับ วอครับ
สายแกรนไอเทมน่าสนใจมีดังนี้

อันแรกหางแมวนะครับดรอปจากปิย่าเมจ + ป้องกันและไว เหมาะกับเป็นประดับช่วงแรกครับ
ต่อไปแว่นดำครับ +Def 15 แต่ที่สำคัญบวกแม่น 20 ครับ และหาง่ายเพราะดรอปจากแมงมุมทองซึ่งคนไปเก็บเลเวลเยอะครับ ทำให้ราคาถูกเพราะอาชีพอื่นเขาไม่ใช้กัน แต่เราใช้ครับ แก้ปัญหาเรื่องแม่นไม่พอได้ดี
หางแมงป่อง + ดาเมจและกันด้วย แต่ลบเร็วซะงั้น ดังนั้นถ้าคนเน้นเรื่องความแรงก็หามาใช้ก็ดี ดรอปจากแมงป่องครับ (ส่วนตัวไม่ชอบใช้)
พยายามหาปีกซัคมาใช้ให้ได้ครับ + อึดสูงและบวกไวด้วย เป็นไอเทมเทพที่ไนท์ต้องการครับ
ต่อไปปีกขาว พยายามหามาใช้ให้ได้ครับ + Def หลักร้อย และ+ไว20 ถือเป็นไอเทมที่คู่ควรของไนท์มากครับ หามาใช้ได้จะสบายเลย
        ก็จบกันแล้วนะครับสำหรับไกด์ของไนท์สายแกรน(สายอิมเล่นแบบเดียวกับวอ) ก็หวังว่าไกด์นี้จะเป็นประโยชน์นะครับ แล้วเจอกันต่อในไกด์หน้านะครับ บ้ายบายยย♥

Warrior Guide สายดาบใหญ๊ใหญ่ แสลชก็มัน คอมโบก็สนุก ตอนที่ 1

ตอนนี้ก็มาถึงไกด์อาชีพที่สาม นั่นคือพ่อนักดาบใหญ่ Warrior นั่นเอง

วิเคราะห์อาชีพ วอริเออร์เป็นอาชีพที่ทำดาเมจได้ค่อนข้างเยอะ โจมตีระยะประชิด พลังป้องกันปานกลาง และเล่นได้ง่าย  เหมาะกับผู้เล่นใหม่มากๆ
โดยวอริเออร์แบ่งออกเป็นสองสายหลักๆ ดังนี้

วอริเออร์สายสกิล

    หรือบางคนเรียกว่าสายสแลช(จริงๆมีสายพายุสกิลกลุ่ม แต่ไม่เป็นที่นิยมครับ เพราะเบากว่าสแลชพอควร) เน้นการใช้สกิลสแลชเพื่อให้มอนสเตอร์ตายอย่างไวที่สุดครับ
โดยสายนี้มีข้อดี-ข้อเสียดังนี้
ข้อดี
1.แรง เร็ว ฆ่ามอนสเตอร์ง่าย เลเวลไว หาของดี
2.ใช้ PVP ได้ดี สามารถใช้กำจัดผู้เล่นได้
3.สกิลเร่งตอนคราสสองค่อนข้างดี ล่าบอสปานกลาง
ข้อเสีย
1.เปลืองมานา AP มากครับ อาจต้องพกยา AP เพื่อเก็บเลเวลบ้าง
2.ต้องเน้นออฟชั่น ASP มาก ทำให้ชุดแพงไปด้วย
3.การล่าบอสเนื่องจากสายสกิลมีคูลดาวน์ทำให้ทำดาเมจไม่ต่อเนื่องครับ สู้ดาเมจแกรม กับ วอสายคอมโบไม่ได้
วอริเออร์สายคอมโบ
     สายนี้เน้นการใช้คอมโบเพื่อกำจัดมอนสเตอร์เป็นหลัก และเป็นการปูทางไปสู่คราส Berserker เน้นความแรงในการคอมโบสะสมรวมๆกำจัดมอนสเตอร์ครับ
ข้อดี
1.ดาเมจรวมจะสูงมาก ถ้าไปล่าบอสได้ข่าวว่า Berserker เป็นอาชีพที่ทำดาเมจรวมบอสได้เป็นอันดับ 1 ครับ แรงจริงๆ
2.ห้ามเน้นออฟชั่น ASP เพราะไวไปจะคอมโบหลุด ทำให้เราไม่เปลืองเงินไปกับออฟชั่นนี้มากครับ ไปเน้นคริแทน
3.กดคอมโบสนุกดี ไม่น่าเบื่อ และไม่ใช้ AP ในการใช้คอมโบ ทำให้ไม่เปลืองยามานา(แต่เปลืองเลือดแทนฮ่าๆ)
4.อาจจะต้องอัพ Vit เพิ่มความอึดเพื่อยืนสดมอนสเตอร์ ทำให้เลือดเยอะพอควร และชนมอนสเตอร์ได้ง่าย
ข้อเสีย
1.ฆ่ามอนสเตอร์ช้ากว่าสายสแลช เพราะต้องสะสมดาเมจคอมโบไปเรื่อยๆ เรียกว่าเริ่มจะน้อยแต่จะแรงไปเรื่อยๆ
2.PVP ลำบาก ยิ่งถ้าเจอสายระยะไกล ไม่มีใครยืนให้คอมโบหรอกครับ วิ่งยิง วิ่งยิง ฮ่าๆ อีกทั้งถ้าเจอสายประชิดส่วนมากจะมีสกิลหยุด(Stun) ทำให้คอมโบหลุดอีก เซ็งเลย
3.กดคอมโบนานๆ เมื่อยครับ พอง่วงกดผิดกดถูกคอมโบหลุดอีก เซ็ง
4.ต้องปั้มยาไปด้วย กดคอมโบไปด้วย บางคนอาจจะไม่ถนัด
          เอาหละหลังจากวิเคราะห์ข้อดี-ข้อเสียของการเล่นวอริเออร์แต่ละแบบไปแล้ว เราจะมาดูแนวทางการอัพ Status ของ วอริเออร์ต่อ ส่วนมากจะมีการอัพสามรูปแบบครับ
1.การอัพสาย Str ล้วน
         สายนี้จะเน้นความแรงเลย ใส่คอสตูมเป็นหลัก แต่สายนี้ไม่ค่อยนิยม เพราะวอริเออร์เป็นสายตีใกล้ครับ ไม่เหมือนคราว และ เมจ ทำให้ถ้าเป็น Str ล้วนอาจจะทำให้โดนมอนสเตอร์ตีแรงเกินไปครับ อีกทั้งความแม่นยำต่ำครับ  อาจทำให้เล่นได้ค่อนข้างลำบาก (แต่ถ้ามีพระช่วยตลอด อาจจะไหวก็ได้นะครับ)
2.การอัพสาย เน้น Str แต่อัพ Agi เพื่อใส่ชุด
สายนี้จะเน้นการอัพ Str เช่นเดียวกับสายแรก แต่จะอัพ Agi เพื่อให้ใส่ชุดตามเลเวลได้ครับ ข้อดีคือได้ความอึดขึ้นมามากกว่าสายแรกเยอะครับ และมีความแม่นพอสมควร(แต่ก็ต้องพึ่งพระอยู่ดีครับ) สายนี้เป็นสายที่หลายๆคนนิยมครับ เพราะแรง อึดใช้ได้ ทำให้เวลได้ง่าย
3.การอัพสาย Str 3 : Agi 1
        ก็มีความนิยมในสายนี้เช่นกัน คือการอัพ Str Agi ในอัตรา 3 ต่อ 1 เช่นได้แต้มมา 4 แต้ม ก็ลง Str 3 และ Agi 1 (บางคนเล่น Str 2 Agi 1 แต่ผมว่ามันเบาไป) โดยสายนี้ส่วนมากจะเกิดมาจาก วอริเออร์สายคอมโบครับ (แต่ไม่ใช่อัพ Agi ตลอดนะ) โดยจุดมุ่งหมายของการอัพ Agi ไม่ใช่ความเร็วครับ มันคือค่า Critical เพราะสายคอมโบถ้าคริขึ้นมาจะดาเมจแรงมากเลยครับ (โดยจะหยุดอัพ Agi ก็ต่อเมื่อรู้สึกว่าโอกาสคริติคอลอยู่ในจุดที่พอใจครับ)
 
เอาหละหลังจากการอัพ Status แล้วแน่นอน เรามาดูเรื่องแนวทางการอัพสกิลดีกว่า
โดยจากที่บอกจะมีการเล่นสองสายคือ สายสแลช และสายคอมโบ
มาดูที่สายสแลชก่อน
การอัพสกิลวอริเออร์สายสแลช
 
           สกิลแรก Great Sword Combo สกิลที่ทำให้วอริเออร์สามารถคอมโบได้ ถึงจะเป็นสายสแลชแต่ต้องอัพเต็ม เพราะเป็นทางผ่านไปยังสกิลต่อไป
        สกิลที่สอง Concentration สกิลที่ทำให้ระหว่างการตีแต่ละครั้ง จะเพิ่มหลอดคอมโบเยอะ แต่เราสายสกิล เน้นอัพแค่ทางผ่าน 3 พอครับ
       สกิลต่อไป สายสแลชก็ต้องมีสแลชสิ ใช่ Quick Slash จะพุ่งทำดาเมจใส่ศัตรูครับ ได้ตอนเลเวล 10 จริงๆแล้วสกิลต่อไปต้องการ 3 และสกิลเวลเต็มคือ 10 ผมแนะนำอัพ 5-7 หรืออัพเต็มไปเลยครับ เพราะถ้าเล่นสายแสลชเพียว เราจะมีสกิลพ้อยเหลือครับ
     สกิลต่อไป Double Slash พุ่งสองทีครับ โดยจะได้ตอนเลเวล 23  อัพเต็ม 10 เช่นเดิมครับ เพื่อการเก็บเลเวลง่ายขึ้น
    สกิลต่อไป Deadly Slash ครับ จะแรงขึ้นมากได้ตอนเลเวล 50 ครับ อัพเต็มยาวๆเลย  โดยสกิลโจมตีนี้จะเป็นสกิลโจมตีที่เราใช้กันจนเปลี่ยนอาชีพเลยครับ
เอาหละต่อไปเรื่องบัฟนะครับ
     สกิล Enrage และ Party Enrage ครับ ก็คือบัฟเพิ่มพลังโจมตี แบบเดี่ยว และแบบปาร์ตี้นั่นเอง ซึ่งเพิ่มเยอะมากนะครับ ทำให้ตีแรงขึ้นมากทีเดียว อัพเต็มทั้งสองอันเลยครับ
โดยการจะอัพสกิลนี้จะมีทางผ่านคือ
     สกิล Intimidation ครับ เป็นสกิลดึงมอนสเตอร์ แต่เราวอริเออร์ไม่จำเป็นต้องใช้ ดังนั้นอัพเป็นทางผ่านเพื่อไปยังบัฟพอครับ อัพแค่ 3
และสกิลบัฟอีกอันที่ค่อนข้างดีคือสกิลนี้ครับ
     สกิล Acceleration สกิลบัฟ + ความเร็วในการเดิน ทำให้เคลื่อนที่หามอนสเตอร์ได้ดีครับ ดังนั้นอัพให้เต็มเลยครับ สกิลดีมากๆ
 
ส่วนสกิลกลุ่มทั้งหลายพวกนี้ผมจะไม่ค่อยอัพครับ
    โดยจะเรียกสกิลชุดนี้ว่า สกิลพายุนะครับ ซึ่งปกติแล้วเราใช้สกิลเดี่ยว (สแลช) เก็บรายตัวจะเลเวลได้ไวกว่าครับ อีกทั้งการรวบมอนสเตอร์เป็นกลุ่ม วอริเออร์อาจจะไม่ถึกเท่าไนท์ การลากมารวมกันสกิลอาจทำได้ยากลำบากครับ (ระวังนอนเอาง่ายๆ) ( แก้ไข ถ้าเป็นไปตามเซิฟเวอร์ USA พายุค่อนข้างแรงครับ อาจนำมาใช้กับการเก็บเลเวลได้ แต่เราสามารถอัพได้ทั้งพายุและสแลชเลยครับ แต้มพอ ดังนั้นน่าจะใช้มาประยุกต์กับการเก็บเลเวลพอได้ครับ)
สำหรับสกิลสายสแลชก็มีเพียงเท่านี้นะครับ ต่อไปจะเป็นของสายคอมโบ
   สองสกิลแรก Great sword combo และ concentration อัพเต็มแน่นอนครับ เพราะเราสายคอมโบ ต้องมีเกจคอมโบไวๆครับ จะเลเวลง่าย
โดยตัวอย่างคอมโบจะมีดังนี้ครับ
     อันนี้คือการกดคอมโบนะครับ โดยช่วงเว้นแต่ละคอมโบไม่เท่ากัน ดังนั้นต้องลองไปกดดูนะครับ เมื่อคอมโบครบ ยังมีท่าพูดเท่ๆออกมาด้วย โดยแต่ละคอมโบความแรงไม่เท่ากัน
คำเตือน!! ระวังการใช้ออฟชั่น เพิ่มความไวโจมตี ASP ไม่ควรเพิ่มเกินความจำเป็น เพราะจะทำให้กดคอมโบได้ยากขึ้น และโอกาศคอมโบหลุดมีสูงขึ้น
 
Enrage ,Party Enrage และ Acceleration เป็นบัฟมีประโยชน์ครับ อัพเต็มทุกสกิลเช่นกัน
โดยช่วงแรกเราอาจจะลำบากเล็กน้อยครับ เพราะไม่มีสกิลแรงๆอย่างสายสแลช แต่ก็พอเลเวลได้เรื่อยๆครับ
แต่ข้อดีของวอสายคอมโบคือสกิลนี้ครับ เด็ดดวงมาก อัพได้ตอนเลเวล 11 ครับ
    สกิล Great Sword Combo 2 โดยสกิลจะเริ่มอัพเลเวล 11 แล้วสามารถอัพได้สุดท้ายที่เลเวล 23 นะครับ  โดยจะทำการเพิ่มคอมโบเฉพาะตัวของวอริเออร์เข้ามาครับ โดยจะเป็น Set Combo ที่แรงมากๆเลยทีเดียว อัพเต็มเลยครับ
    นี่คือคอมโบที่เพิ่มมาจาก Great Sword Combo 2 ครับ ซึ่งมีจำนวนสูงสุดถึง 21 Hit เลยทีเดียว ทำให้ความแรงของคอมโบสูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด!!!
และสกิลสำคัญของเราครับ
        สกิล Combo Training สกิลนี้แหละที่ทำให้สายคอมโบโหดมาก คือสกิลเพิ่มดาเมจจากการคอมโบครับ ได้ตอน LV25 โดยมีทั้งหมดสิบเลเวลนะครับ จะอัพได้เลเวลสุดท้ายที่ตัวละครเลเวล 70 ครับ โดยจะเพิ่มดาเมจของคอมโบสูงสุดถึง 60% แรงมากๆเลยครับ

และอีกสกิลนึง(อ้างอิงตาม Sv.USA นะครับ ไม่รู้ของเกาหลีจะเหมือนกันไหม)

คือสกิล Sword Wield โดยสกิลนี้จะมีดาบรอบตัวครับ ทำดาเมจเพิ่มเติมเรื่อยๆ โดยจะเป็นเหมือนบัฟ อยู่ 30 วิครับ เริ่มอัพได้เลเวล 75 ครับ อัพเต็มตอน 135 จะทำดาเมจ 90% ครับ  โดยจะทำให้ได้ดาเมจสะสมค่อนข้างมากครับ

      สำหรับสายคอมโบ ก็เน้นคอมโบตามสูตรคอมโบ บัฟมอน และสลับกับปั้มยาครับ สิ่งสำคัญคือพยายามหาออฟชั่นที่ลงตัว ASP ไม่สูงเกินไป และเน้นออฟชั่นคริติคอลให้มากๆเข้าไว้ครับ ยิ่งคริเยอะ ยิ่งแรง และควรอัพ Agi บ้างเพื่อเพิ่มโอกาศนั่นเอง ( และบางคนช่วงเลเวล 100+ จะอัพ Vit บางส่วนเพื่อให้ยืนชนมอนสเตอร์ได้ครับ เพราะเราจำเป็นต้องยืนสดมอนสเตอร์ ดังนั้นอึดเท่าไหร่ยิ่งดีครับ)
สำหรับไกด์แรกแนะนำสายของวอริเออร์ การลง Status และการอัพสกิลทั้งสองแบบ จบไปแล้วนะครับ แน่นอนเรื่องแนวทางการเก็บเลเวล  ตำแหน่งมอนสเตอร์ และไอเทมที่น่าสนใจของวอ จะมาแนะนำต่อใน Part 2 นะครับ แล้วเจอกันครับ บ๊ายบายยย ♥

กด์ Craftman ที่หลายๆคนเรียกร้องงง มาแล้วว!! PART1

สวัสดีครับ กลับมาอีกครั้งกับไกด์ โดย Champ PS4 นะครับ(อาจจะทำไกด์ช้าไปนิดนะครับ เพราะติดภารกิจส่วนตัวครับผม) โดยไกด์นี้เป็นไกด์ที่หลายๆคนเรียกร้อง ซึ่งหาข้อมูลได้ค่อนข้างยากมากก(ทั้งๆที่ก็มีคนเล่นเยอะนะครับอาชีพนี้ แต่ส่วนมากจะไม่ค่อยบอกกัน ไม่ก็ ไม่มีการเขียนมาเป็นไกด์เช่นนี้) ด้วยความละเอียดของเนื้อหาเพราะอาชีพคราฟแมนนั้น มีรายละเอียดมากมาย อีกทั้งรูปแบบการเล่นก็เยอะแยะมากมาย ดังนั้นอาจจะแบ่งเป็นสอง-สามตอน หรืออาจจะมีการทำคลิปวีดีโอ/ไลฟ์สอน อันนี้ต้องรอติดตามกันนะครับ จะได้เข้าใจระบบรูปแบบของคราฟได้ง่ายยิ่งขึ้น ^_^

เอาหละ กลับเข้ามาที่เนื้อหาของคราฟแมนกัน เอาเป็นข้อดีข้อเสียของอาชีพนี้ก่อนเลยดีกว่า 



สำหรับข้อดี-ข้อเสียของคราฟแมนมีดังนี้
ข้อดีของคราฟแมน
1.สามารถสร้างสิ่งของได้ ก็แน่หละ คราฟแมน ก็ต้องสายสร้าง และของที่ให้สร้างนั้นมีมากมายหลากหลายจนสามารถแบ่งออกได้เป็นหลายๆรูปแบบเลยหละครับ
2.สกิลค่อนข้างแรง และออกคริติคอลบ่อยมาก ทำให้ช่วงแรกๆเก็บเลเวลได้ค่อนข้างง่ายนะครับ
3.ของไม่แพง เพราะคนเล่นอาชีพนี้ต้องใจรักจริงๆ
4.รวยง่าย เพราะมีช่องทางในการทำมาหากินเยอะ
5.มีสกิลบัฟปาร์ตี้ที่บวกเปอร์เซนต์ดรอปของอีก โอ้วโหว แจ่มไปเลย
6.มีพลังป้องกันค่อนข้างสูง ดังนั้นจึงสามารถสดมอนสเตอร์ได้ง่าย

ข้อเสียของคราฟแมน
1.ความแม่นยำต่ำมากกก มากจริงๆ เพราะอาวุธจะลบความแม่นยำต่ำสุดๆ ทำให้ฟาดวืดได้ง่ายๆ แก้ปัญหาได้โดยใส่ไอเทม+ความแม่นยำ และบัฟแม่นยำจากพระครับ
2.ช่วงกลางถึงเลเวลสูงๆ อาจจะเก็บเลเวลยากกว่าคนอื่นหน่อยครับ เพราะแรกๆเน้นฟาดทีเดียวตาย แต่หลังๆมันไม่ตายครับ แล้วเราตีช้ามากๆ อาจจะเลเวลลำบากนิด (แต่ก็พอไปไหวฮะ)
3.ทางเลือกหลายสายเกิน ทำให้ต้องชั่งใจเรื่องการอัพสกิล / สเตตัสดีๆ อัพผิดรีกันจ้าละหวั่น
4.ต้องศึกษาแนวทางมากๆ แล้วถ้าอยากรวยแบบมีคนให้ตีของเยอะๆ ต้องทำโปรไฟล์ โปรโมตเก่งๆ เงินถึงจะไหลมาเทมาครับ

เอาหละ มาถึงสายการสร้างของก่อนนะครับ ว่าแต่ละอย่างต่างกันยังไง
1.สายนิยม สร้างประดับ/ชุด/อาวุธ-ตีG-ส่องของ
สายนี้เป็นสายที่หลายๆคนชื่นชอบเพราะเป็นสายที่ตลาดมีความต้องการสูงมาก เพราะการตี G นั้นต้องอาศัยอาชีพคราฟแมนเท่านั้นถึงจะทำได้ แต่การตีG ผู้จะตีต้องนำของให้คราฟแมน ดังนั้นแนะนำทำโปรไฟล์ดีๆ ให้เห็นว่าเราบริสุทธิ์ใจ ไม่โกงของ ศึกษาแต้มในการตี G แนะนำลูกค้าให้คุ้ม ประหยัดที่สุด คิดค่า ตีไม่แพงจนเกินเหตุ แค่นี้ลูกค้าก็ไหลมาเทมาแล้วครับ ส่วนสายการสร้างจะค่อนข้างเน้นไปด้านสร้างเครื่องประดับครับ เพราะชุด-อาวุธ หาค่อนข้างง่าย(แล้วเซิฟนี้มีขายในร้านด้วยยัน200 แล้ว สายสร้างชุด-อาวุธ อาจจะลำบากนิดนึงครับ) ทำให้สายประดับมีความน่าสนใจกว่าครับ หลักๆก็สร้างหางไฟ สร้างหมัดไททัน อะไรแบบนี้(สูงๆอาจจะเป็นหมัดกระดูก) ซึ่งถ้าเล่นมาแค่สายนี้จะทำให้เราไม่ต้องอัพ Luck เยอะครับ เพราะมันจะใช้น้อยในการเล่นสายนี้ ส่วนส่องของก็เป็นการหาเงินในอีกรูปแบบนึงครับ รับส่องของหลายๆคน หลายๆชิ้น ก็รวยไม่รู้เรื่อง!!
2.สายอินดี้ สร้างยาปั้ม สร้างรูน สร้างที่ขี่สัตว์เลี้ยง +ส่องของ
สายที่ว่านี้จะใช้ค่าสถานะ Luck ค่อนข้างมากครับ แต่คนเล่นค่อนข้างน้อยอาจจะทำให้มีช่องทางวางตลาดเหมือนกัน

สายสร้างยาปั้ม ก็คือสกิล Cook ครับ โดยสายนี้ต้องหาแค่ส่วนผสมในการทำยาครับ ทำได้ตั้งแต่นม เนื้อ ยันยาปั้มระดับสูงๆ
แต่ทีเด็ดของสายนี้คือ มีสกิลอัพเกรดยาครับ คือ Gourmet Cook ที่จะทำให้ยาที่สร้าง ดีกว่าปกติเล็กน้อย แต่สิ่งที่ดีก็คือ คูลดาวน์ในการกดยา แทบจะไม่มีครับ เกือบจะกดได้รัวๆ!!!  จึงเป็นที่นิยมสำหรับคนที่จะเอาไป PVP หรือ Guild War ยานี้จำเป็นมากๆครับ วัดเป็นตายกันได้เลย แต่ช่วงแรกๆอาจจะทำได้ลำบากนิดนึงนะครับ ถ้าจะเล่นแนะนำเล่นหลังๆก็ได้
สร้างรูน เราจำเป็นต้องเอาของที่ตี + อยู่แล้ว มาทุบให้ได้รูนครับ มีความเชื่อว่าคราฟแมนจะทุบรูนได้ดีกว่า NPC ที่ Zaid ไม่รู้จริงไหม แต่ที่แน่ๆประหยัดค่าทุบรูนไปได้โขเลยครับ อาจทำให้ทำรูนได้ในราคาถูกกว่าคนอื่นๆ
สายสร้างที่ขี่สัตว์เลี้ยง อันนี้ก็ดีครับแต่ต้องใช้ Luck สูงมาก และต้องหาคัมภีร์มาตี กว่าจะได้แต่ละอัน ต้องคำนวณต้นทุนกันดีๆนะครับ
3.สายปาระเบิด คราฟระเบิดมาปาใส่หัวกันเล้ย!!
สายนี้ต้องอินดี้มากจริงๆ เน้นปาระเบิดใส่มอนสเตอร์ (คือบางคนชอบอาจจะพัฒนาต่อเป็น Demolition ในคราสสอง ซึ่งมีสกิลเพิ่มแรงระเบิดเยอะมาก) ซึ่งไอ้ระเบิดที่ปาเนี่ย การจะคราฟก็ต้องมีสเตตัส Luck ที่สูงพอสมควรนะครับ
โดยที่ระเบิดเนี่ย ช่วงแรกๆมันจะเล่นได้ลำบากนิดนึง เพราะเสียเวลาหาของมาทำระเบิด แถมเวลาปาระเบิดไป ตัวเราเองก็โดนด้วยส่วนนึง กรรม!! ปาระเบิดระวังกันนิดนึง จะหน้ามืดเอาได้ง่ายๆ ฮ่าๆ เหมาะสำหรับคนเน้นเล่นเอามันส์ หรือชอบลากมอนสเตอร์เป็นกลุ่ม แล้วปาระเบิด ก็เหมาะอยู่คับ

แล้วถ้าถามว่าถ้าเป็นผมจะเล่นสายไหน แน่นอนคำตอบคือสายนิยม ตีG ประดับ ชุดอาวุธ เน้นคราฟประดับ ส่องของ (แต่ถ้าเปลี่ยนคราสสองเก็บเลเวลจนพอแล้ว เอาสกิลโจมตีออก อาจจะได้แต้มลงสกิลหลายๆอย่างเพิ่มฮะ)

เอาหละ ส่วน Status ที่แนะนำให้อัพนั้นก็แยกออกเป็นหลายแบบอีก
ต้องบอกก่อนอ่านว่า คราฟแมนเป็นอาชีพที่ความแม่นยำต่ำมากๆ ต่ำแบบสุดๆ แต่ชดเชยมาด้วยสกิลที่แรงมากๆ และมีค่าคริติคอลที่สูงมากครับ(เวลาติดคริติคอล จะโดนมอนสเตอร์100%)

แบบที่ 1 เน้นใส่ชุดตามเลเวล ตีมอนง่าย และเล่นสายคราฟแบบนิยม แบบไม่มีพระช่วย
แบบที่ 1 นี้เป็นแบบที่อาจจะเก็บเลเวลช่วงกลางลำบากครับ โดยจะลง Str-Agi-Luck ในอัตราส่วน อัพ 1 เลเวล Str 2 Agi 1 และอัพครั้งต่อไป Str 2 Luck 1 สลับกันไปเรื่อยๆ โดยแบบนี้จะทำให้ตีมอนสเตอร์โดนได้ดี แบบไม่ต้องพึ่งพระมากครับ แต่ข้อเสียคือ อาจจะโจมตีได้ไม่แรงเท่าสายอื่น อ้อ บางคนแก้ด้วยการใส่ประดับที่เพิ่มค่าความแม่นทำให้ไปเก็บเลเวลคนเดียวก็ได้ ปาร์ตี้ก็ดีครับ อ้อสายนี้จะคราฟได้แค่ อาวุธ ชุด ประดับ ตีจี นะครับ พวกทำอาหาร ทำที่ขี่สัตว์เลี้ยง และอื่นๆต้องดูด้วยว่าค่า Luck เราจะถึงไหม

แบบที่ 2 เน้นใส่ชุดตามเลเวล ตีมอนง่ายมาก แต่มีพระช่วย
แบบนี้จะเป็นแบบที่เรามุ่งเน้นลง Str ล้วนๆครับ อัพ Luck เพื่อให้ใส่ชุดได้เท่านั้น โดยสายนี้จำเป็นต้องพึ่งพระเพื่อให้ตีมอนสเตอร์โดนครับ โดยสายนี้จะไม่อัพ Agi เลยครับ (แต่อาจจะหาพวกประดับเพิ่มแม่นใส่ร่วมด้วยก็ดีครับ) โดยสายนี้จะตีแรงที่สุด ถ้ามีพระเกาะตลอดนี้เวลสบายมากๆครับ เป็นแบบที่หลายๆคนนิยมนะครับ แบบนี้

แบบที่ 3 เน้นลากมอนสเตอร์ด้วย หรือคราฟของที่ใช้ค่า Luck เยอะๆ
แบบนี้จะเน้นการอัพ Str-Luck ในอัตราเท่าๆกันนะครับ จะทำให้ตีได้แรง และหลบเก่งครับ เนื่องจากคราฟแมนเวลาอัพ Luck ค่าหลบหลีกจะสูงมาก บวกกับชุดป้องกันที่ Def ค่อนข้างมากครับ ทำให้บางคนเลือกที่จะอัพแบบนี้ แล้วเน้นลากมอนสเตอร์มาสกิลกลุ่มครับ ทำให้เก็บเลเวลได้ไวไปอีกแบบนึง และยังสามารถคราฟของที่ใช้ Luck สูงๆได้สบายๆ

          เอาหละหลังจากที่บอกแนวทางการอัพ Status เรียบร้อยแล้ว เข้าใจรูปแบบของสายการเล่นแล้ว มาดูแต่ละสกิลดีกว่าว่ามันคืออะไรน้าา และมีประโยชน์ยังไง?

เริ่มกันที่สกิลสายโจมตีกันก่อนสำหรับเก็บเลเวลนะครับ

สกิล Hammer Combo ทำให้เราสามารถใช้ค้อนทำคอมโบได้ แต่คราฟแมนมีความแม่นยำต่ำมากครับ แล้วตีช้ามากๆ ดังนั้นการคอมโบจะทำให้เก็บเลเวลได้ช้ากว่าสายสกิลมากครับ จึงไม่แนะนำให้อัพ
Blacksmiths Ingenuity เป็นสกิลติดต่ออัพเต็ม 1 เพื่อเป็นทางผ่านไปยังสกิลอื่นๆครับ
สกิล Deadly Blow  สกิลโจมตีแรกของคราฟแมน อัพเต็มเพื่อเป็นทางผ่านไปยังสกิลต่อไปครับ
สกิล Deadly Smash ได้ตอนเลเวล 30 เป็นสกิลที่แรงมากๆครับ(แรงกว่าท่าพุ่งสองทีของวออีก) ดังนั้นอัพให้เต็มเลยครับ จะเป็นสกิลเก็บเลเวลหลักของเราเลยครับ
ต่อไปสกิล Demolition สกิลทุบที่มีดาเมจความแรงเบากว่าสกิลที่สอง? (สกิล Deadly Smash อัพเต็ม จะดาเมจ 1600% แต่สกิลนี้อัพเต็มดาเมจ 1168%) แต่ข้อดีของสกิลนี้คือ มีโอกาศติด คริติคอลสูงมากๆครับ (คริติคอลจะดาเมจ คูณสอง) แต่สกิลนี้ความแม่นยำจะต่ำมากครับ เหมาะกับคนที่เน้นสายคริติคอล มีสองอย่าง ไม่วืด ก็ติดครินั่นเอง
ส่วนตัวผม ไม่ค่อยอยากอัพเท่าไหร่ เพราะเสี่ยงเกินไป ถ้าไม่คริก็เบาอีก ดังนั้นจะเน้นการใช้ Deadly Smash เป็นหลักครับ
บัฟตัวเอง Crush บัฟที่จะเพิ่มค่าคริติคอลสูงสุด 20 ดังนั้นอัพเต็มเลยครับเพราะเราต้องเน้นเรื่องค่าคริติคอลอยู่แล้วครับ
สกิล Area Destruction สกิลตีกลุ่มของคราฟแมนที่ดาเมจแรงพอสมควรครับ เนื่องจากคราฟแมนเป็นอาชีพที่มีพลังป้องกันค่อนข้างสูงและมีค่าหลบหลีกที่ดี ดังนั้นบางคนจึงใช้เทคนิคการลากมอนสเตอร์มาสกิลกลุ่มครับ (แต่หลังๆอาจทำไม่ไหวครับ) ดังนั้นถ้าไม่ได้หวงแต้มอะไรแนะนำอัพไว้ครับ เผื่อมีโอกาสได้เก็บเลเวลโดยการลากมอนสเตอร์
สกิล Shock Treatment สกิลที่ผมคิดว่าเขาน่าจะทำเอามาเป็นสกิล PVP จุดประสงค์คือการหยุดคู่ต่อสู้ไม่ให้สามารถหนีได้ จึงไม่มีประโยชน์กับการเก็บเลเวลครับ และคราฟแมนเองคงไม่ได้ไปสู้กับใครบ่อยๆ และแต้มก็ไม่ค่อยพออยู่แล้ว ดังนั้นแนะนำว่าอย่าอัพเลยครับ
สกิลปาระเบิด Throw Bomb เมื่อเราสร้างระเบิดมา ก็จะต้องใช้สกิลนี้ครับในการปา โดยความแรงระเบิดแต่ละประเภทจะต่างกันครับ เวลาสร้างต้องดูด้วยครับ เพราะมีให้สร้างได้หลายแบบ ความแรงแตกต่างกันไป
อ้อยังมีสกิลบัฟปาร์ตี้ที่ทำให้เพิ่มโอกาสการดรอปไอเทม และเพิ่มอัตราคริติคอล เป็นบัฟที่ผมคิดว่าดีที่สุดเลยครับ ทำให้ได้ของดีๆง่ายขึ้น อัพได้ตั้งแต่แรกเลยครับ
ก็จบแค่นี้ครับ สำหรับสกิลโจมตี ต่อไปจะเป็นสกิลสายสร้างนะครับ
 
สกิล Accessory Production/Armory/Weaponry
ขอให้จำเทคนิคง่ายๆครับ ว่าสกิลสีเหลือง คือสกิลในรูปแบบ การสร้างไอเทมขึ้นมาใหม่ครับ
พวกตำราก็จะเป็นเขียนว่า Production = การสร้างขึ้นมาใหม่
ยกตัวอย่างเช่น Production Manual(WW)
Production Manual = สร้าง (WW = Warrior Weapon อาวุธอาชีพวอริเออร์) รวมกันได้ตำราสร้างอาวุธวอริเออร์ครับ
ช่วงแรกแนะนำให้อัพเป็นทางผ่านเพื่อไปสู่สกิล Refinement ครับ(เพิ่มออฟชั่นลงของ) เพื่อให้ตี XG ได้ แต่ถ้าจะสร้างอะไร ต้องลองชั่งใจอัพต่อดูครับ (ส่วนตัวชอบสร้างประดับนะครับ ขายแพงดีอิอิ)
 
โดยถ้าจะอัพเพื่อทางผ่านตี G DG XG ไม่สร้างของเยอะ อัพแค่ 5 พอครับ แต่ถ้าจะสร้างอะไรต่อให้กดสายนั้นให้เต็มครับ
 
สกิลรูปแบบ Refinement ครับ โดยจะมี Refine Accessory/Weapon/Armor
คือการเพิ่มออฟชั่นลงไปในของที่มีอยู่แล้วครับ Refine = เพิ่มออฟชั่น


โดยออฟชั่นที่มีให้เลือกเพิ่มได้แก่
1.(G) = การตี G DG XG นั่นเอง ศึกษาได้จากไกด์ที่ผมเขียนไว้แล้วลิ้งค์นี้ฮะ
2.(A) = Attack Speed = เพิ่มความเร็วในการโจมตี
3.(C) = Critical = เพิ่มค่าคริติคอล
4.(Ac) = Accuracy = เพิ่มความแม่นยำ
      หลักๆจะมีประมาณนี้ แต่ที่คนนิยมในการตีมากที่สุดคือ (G) = G DG XG เพราะเห็นผลแตกต่างชัดเจนมากที่สุดครับ

ดังนั้นสาย Refine จึงเป็นสายที่ทุกคนฝันถึงครับ ถ้าคิดจะมาสายนี้อัพ Refine ทุกทางให้เต็มเลยครับ (แต่เปลืองพ๊อยมากๆนะ ค่อยๆทยอยอัพนะครับ เอาที่ใช้เป็นหลักก่อน)

ต่อไปสาย Cook สายทำอาหารนั่นเอง โดยจะมีสกิล Gourmet Cook ที่เป็นทำให้การทำอาหาร(พวกยาปั้มเลือด AP) มีประสิทธิภาพมากขึ้นครับ ใครสายปรุงยาเน้นขายยา ก็มาทางนี้ได้เลย
สกิล Alchemy เป็นสกิลสำหรับสร้าง ระเบิด/ที่ขี่สัตว์เลี้ยง นะครับ สำหรับใครที่จะมาเล่นสายปาระเบิดก็ต้องอัพสกิลนี้ด้วย หรือใครจะหาเงินจากที่ขี่สัตว์เลี้ยงก็อัพได้เช่นกัน(แต่ใช้ Luck เยอะนะครับ ใตร่ตรองให้ดี)
สกิลช่วยหาของ Collect สกิลนี้เราจะสามารถไปตัดต้นไม้ ทุบหิน เพื่อได้มาซึ่งขยะ โดยขยะหลายๆอย่างจะเป็นส่วนประกอบในการคราฟของนะครับ ต้องอัพอยู่แล้วเพื่อเป็นทางผ่านไปสกิลส่องของ อัพแค่ 1 ก็เต็มแล้วครับ
สกิล Melting สกิลที่ใช้ในการสร้างรูนต่างๆ ปกติทุกคนสามารถสร้างรูนได้ครับ โดยใช้ NPC ที่ Zaid แต่มันเสียค่าใช้จ่ายเยอะ(ค่ากด) ถ้าสร้างกับคราฟแมนก็จะถูกกว่าครับ แต่ช่วงแรกๆเราคงไม่ได้สร้างรูนเท่าไหร่ ผมเลยไม่ค่อยอัพนะครับ(รอรีสกิลไม่ตีมอนแล้วกลับมาอัพดีกว่า)
สกิลที่สำคัญมากๆของคราฟแมนในการหาเงินครับ สกิลส่องของนั่นเอง
โดยเราจะไม่สามารถใช้ NPC ในเมืองส่องของไอเทมเลเวลมากกว่า 80 ได้ครับ (เอ๋หรือ 90 หว่า) โดยไอเทมเลเวลสูงกว่านี้จะต้องใช้คราฟแมนในการส่องครับ (คราฟแมนกดสกิล เราวางไอเทมไปที่ช่องที่ขึ้นมาแล้วส่อง ไม่มีของหายนะครับ เพราะคราฟแมนไม่เกี่ยว เหมือนเปิดช่องสกิลส่องให้เราเฉยๆ ไม่ต้องเอาของให้)
โดยปกติเราส่องของจะต้องเสียค่าส่องให้กับ NPC ใช่ไหมครับ ส่องกับคราฟแมนก็จะเสียเหมือนกัน โดยจะมีราคาขึ้นมาให้เลยว่าค่าส่องเท่าไหร่ แต่ค่าส่องนี้ไม่ได้หายไปไหน คราฟแมนได้ล้วนๆครับ ส่องกันหลายๆคน หลายๆชิ้น ก็ได้ตังเยอะนะครับ จึงเป็นสกิลหาตังแบบง่ายๆสกิลนึงเลย
ก็จบแล้วครับ สำหรับการอัพสกิลช่วงคราฟแมน การอธิบายสกิลทั้งหมด ส่วนจะอัพแบบไหนขึ้นอยู่กับสไตล์การเล่นของแต่ละคน ว่าอยากจะปั้นคราฟตัวนี้เป็นแบบไหน
ส่วนตัวผมจะเล่นสายโจมตีไปก่อน อาจจะลง พวกสร้าง G กับส่องของหาเงินแค่นี้ แต่เล่นไปจนเลเวล 190 เปลี่ยนอาชีพเป็น Artisan (เปลี่ยนตอน 190 จะได้สกิล+โอกาสติดครบ) หลังจากนั้นก็ไม่มีความจำเป็นต้องเก็บเวล พอเปลี่ยนมันก็จะรีสกิล/สเตตัสให้ทั้งหมด ก็จะลง Str Luck เลยครับ สร้างได้ทุกอย่างโดยไม่ลงสกิลโจมตีเลย เอาไปลงสกิลสร้างอย่างเดียวก็จะได้สกิลสร้างมากขึ้นครับ
เอาหละ Part 1 ก็ขอจบลงเท่านี้ดีกว่า รายละเอียดเยอะจริงๆอาชีพนี้ แต่ก็จะพยายามอธิบายให้หมดทุกซอกทุกมุมแบบ แบเบอร์ ไม่มีกั๊ก ตอนต่อไปก็รอติดตามนะคร้าบบ See Ya♥

แนวทางการเล่นพระ ทั้งบู๊ทั้งซัพ จบในไกด์เดียว!!

เอาหละ มาถึงไกด์ของสายใจบุญ นั่นคือ Cleric นั่นเอง
โดย Cleric นั่นมีแนวทางการเล่นสองสาย คือสายบู๊(พระบู๊) และสายซัพพอร์ต(สนับสนุน) โดยข้อแตกต่างของทั้งสองสายมีดังนี้

พระสายบู๊
สายนี้จะอัพค่าสถานะเป็น Str ซะส่วนใหญ่ครับ โดยจะเน้นอัพใส่ของตามชุด(คือ Str นำ Int Wis อัพเพื่อใส่ของได้โดยอาจจะอัพ Vit เพื่อเอาถึก+เลือดช่วงเลเวล 100 ครับ) โดยหลักการเล่นจะคล้ายๆวอสายคอมโบครับ ฆ่ามอนได้ดี มีบัฟแม่นด้วยทำให้ไม่ต้องพึ่งปาร์ตี้ครับ ความแรงในการโจมตีก็พอใช้ได้ครับ โดยสายนี้มีสกิลซัพพอร์ตตัวเอง เช่น ฮีลเลือด บัฟต่างๆ ก็ถือว่าเป็นสายที่เล่นได้สนุกสายนึงเลยทีเดียว
พระสายซัพ
สายนี้จะเน้นการซัพพอร์ตปาร์ตี้เป็นหลักโดยการอัพ Int นำ (ส่วนมากแนะนำอัพ Int อย่างเดียวแล้วใส่ชุดคอสตูมครับ เพราะสายนี้ไม่โดนโจมตีอยู่แล้ว) โดยอาชีพพระสายซัพเป็นอาชีพที่ทุกปาร์ตี้ จำเป็นต้องมีครับ (ยิ่งหลังๆยิ่งสำคัญ) เพราะช่วยให้ปาร์ตี้จัดการมอนสเตอร์ได้ดี มีบัฟที่มีประโยชน์เยอะ
และที่สำคัญ ฮีลแรงครับ
อ้อ ความแรงของการบัฟ และฮีล ขึ้นอยู่กับ MPW นะครับ ดังนั้นอัดอิ้นยาวๆเลย

มาเริ่มกันที่พระสายบู๊กันก่อนนะครับ
การอัพสเตตัสแน่นอน Str นำตามด้วย Int wis เพื่อใส่ชุดได้ครับ อาจมีลง Vit บ้างเล็กน้อยเพื่อให้อึดขึ้นครับ โดยเครื่องประดับ เน้นใช้แบบเดียวกับวอริเออร์ครับ
รวมถึงพื้นที่เก็บเลเวลของพระสายบู๊ให้ใช้รูปแบบเดียวกับไกด์วอริเออร์เลยครับ
http://sealthaiguide.blogspot.com/2017/03/blog-post_26.html
อ้อ พระสายบู๊ต้องเน้นออฟชั่น ACC ความแม่นมากๆครับ เพราะเราไม่ได้ AGI ดังนั้นต้องอัดออฟชั่นแม่นเสริมให้ตีมอนสเตอร์โดนครับ (แต่เราก็มีบัฟแม่นช่วยบางส่วนครับ)

สำหรับแนวทางการอัพสกิลนะครับ เป็นไปตามนี้

สกิลตอนแรก Mace Combo ช่วยทำให้เราสามารถคอมโบได้ครับ แน่นอนต้องอัพเต็ม ส่วนสกิล Expansion ทำให้หลอดคอมโบเราเด้งขึ้นไวขึ้น อัพเต็มเช่นกันครับ
สกิล Giant Swing สกิลดาเมจขึ้นอยู่กับ ATK นะครับ เป็นสกิลทุบปิดคอมโบที่ความแรงใช้ได้ครับ เอาไว้ปิดการโจมตีหลังจากคอมโบเสร็จครับ อัพเต็มโลดครับ
โดยต้องอัพ Bless Swing มาเป็นทางผ่านก่อนครับ(ไม่ใช้นะครับ อันนี้สกิลแรงตาม MPW) โดยจะเริ่มอัพได้เลเวล 60 ครับ (ดังนั้นช่วงแรกอาจจะลำบากเล็กน้อยฮะ)โดยสกิลนี้ต้องอัพสกิลฮีลมาเป็นทางผ่านด้วยนะฮะ
สกิลติดตัวครับ Holy Expansion สกิลนี้ทำให้การคอมโบดาเมจมากขึ้น 30% เราจะดาเมจเพิ่มขึ้นค่อนข้างมากจากสกิลนี้ครับ อัพเต็มแน่นอนครับ
สกิลโจมตีของพระสายบู๊มีแค่อันเดียวหละครับ เน้นการคอมโบเป็นดาเมจหลักและปิดการโจมตีด้วย Giant Swing ครับ

ต่อไปเป็นบัฟที่ต้องอัพนะครับ

สกิลแรกเป็นสกิลติดตัวนะครับ ทำให้มานา AP ฟื้นไวขึ้นครับ จริงๆถ้าเป็นสายซัพต้องอัพเต็ม แต่เราไม่ต้องใช้สกิลบ่อยขนาดนั้นจะอัพแค่ทางผ่านก็ได้ครับ(หรือจะอัพเต็มถ้ากลัวเปลืองยามานาก็ได้)
Self Cure พระสายซัพมักไม่อัพอันนี้เยอะ(ทางผ่าน 5) ถึงการฮีลจะขึ้นกับ MPW แต่สกิลนี้ฮีลตัวเองแรงกว่า 2 เท่ากับการฮีลคนอื่นครับ ดังนั้นแนะนำอัพเต็มครับ ทำให้เราสามารถสู้ไปฮีลไปได้
สกิลบัฟเพิ่มเลือดและมานา HP/AP Expansion จะอัพก็ได้ หรือไม่อัพก็ได้นะครับ  (แต่แนะนำให้อัพนะครับ)
Encourage สกิลบัฟที่ทำให้เพิ่มหลอดคอมโบครับ เอาไว้บัฟเพิ่มหลอดคอมโบทำให้เวลง่ายขึ้น อัพเต็มโลดครับ(หรือกลัวแต้มไม่พอ อัพ 1 ก็ได้ครับ น่าจะเพิ่มหลอด XP ให้พอสมควร)
บัฟแม่น ตี ป้องกัน และวิ่งไว อัพเต็มแน่นอนครับ
ส่วนถ้าแต้มเหลือ อาจจะเอาไปลงพวกชุบชีวิต เผื่อเหตุการณ์ที่เราต้องชุบคนอื่นก็ได้ครับ
ส่วนไอเทม และมอนสเตอร์ที่แนะนำอย่างที่แจ้งไว้ในลิ้งค์ด้านบนนะครับ ให้อิงตามไกด์วอริเออร์ได้เลย
มาที่ส่วนของพระสายซัพล้วนนะครับ
       ในส่วนของไอเทม ดังที่แจ้งไปแล้ว ว่าบัฟต่างๆ และสกิลฮีล จะขึ้นอยู่กับค่า MPW นะครับ ดังนั้นอัด Int ไปให้สุด (เน้นใส่ชุดคอสตูมครับ ตอนแรกใส่ชุดกระต่ายยาวๆเลย) แต่อาวุธถ้าไม่มีทุนทรัพย์ในการหาคทา Int เพียวอาจจะเล่นสาย Int-Wis ก็ได้เพื่อใส่คทาได้ง่ายขึ้น (แต่บัฟและฮีลจะเบาต่างกันพอสมควรครับ)
         ส่วนเรื่องของสกิล ผมจะไม่เน้นการโจมตีนะครับ เพราะพระสายซัพการไปกับปาร์ตี้ ทั้งบัฟ ทั้งฮีล แค่นี้ก็เปลืองยามากแล้วครับ จะไปตีมอนอีก ก็อาจจะลำบากไปอีก(แล้วพระตัวบางครับ ไปตีมอนระวังเจอสวนจนจุก)
เอาหละมาเริ่มที่แนวการอัพสกิลเลย
สกิล Prayer สกิลติดตัวทำให้ฟื้นมานา AP ได้เร็วขึ้น แนะนำว่าอัพเต็มเลยครับ ช่วยประหยัดยามานาได้มาก
Self Cure ฮีลตัวเองอัพแค่ทางผ่านพอครับ
สกิลฮีลเดี่ยวครับ Cure แนะนำว่าให้อัพเต็มครับ(บางคนอัพแค่ทางผ่าน แต่อัพเต็มฟื้นเยอะกว่ามากครับยิ่งตอนนี้มีระบบ Instant Dungeon กับ Raid แล้วการฮีลให้แรงมีผลมากๆเลยครับ)
ฮีลเป็นกลุ่มครับ Prayer of cure โดยจะฮีลเป็นระยะนับจากเราเป็นศูนย์กลางครับ เบากว่าฮีลเดียวพอควร(ถ้าฮีลเดี่ยวอัพเต็ม) แนะนำให้อัพเต็มครับดีมากๆ
Mass Heal จะเป็นการฮีลกลุ่มแบบนับศูนย์กลางจากคนที่เราเลือกครับ ต้องอัพเต็มเพื่อเป็นทางผ่านไปสกิลต่อไปครับ
Cleansing สกิลแก้สถานะผิดปกติของเพื่อนครับ อัพเต็มเพื่อไปสกิลต่อไปครับ
สกิลชุบชีวิต Revival อัพเต็มครับ จะทำให้โอกาศในการชุบพลาดเหลือน้อยครับ
ต่อไป AP/HP Expension ครับ เพิ่ม Max Ap และ Max Hp ให้เพื่อนครับ อัพเต็มโลด
Encourage สกิลบัฟเพิ่มหลอดคอมโบให้เพื่อน แต่อัพแค่ทางผ่านพอครับ 3 พอแล้ว ไม่ค่อยได้ใช้
สกิลบัฟป้องกัน บัฟโจมตี บัฟวิ่ง และบัฟแม่น แบบเดี่ยวแนะนำอัพแค่ทางผ่านพอไปอัพแบบสกิลกลุ่มได้ครับ(แต่ถ้าแต้มเหลือแนะนำอัพเต็มก็ได้ครับ)
แต่แนะนำมาอัพเต็มที่การบัฟแบบปาร์ตี้ครับ เพราะส่งผลเหมือนกับบัฟเดี่ยวแต่เป็นกลุ่มครับ สบายกว่าเยอะไม่ต้องมาบัฟทีละคน
มาเรื่องของสวมใส่ของพระสายซัพนะครับ
 
ส่วนหัวของที่ดีที่สุดคือ หมวกพยาบาลครับ
โดยหมวกพยาบาลจะบวก MPW สูงที่สุดสำหรับพระแล้วครับ ได้จากปิย่าพยาบาลครับ
ส่วนประดับนะครับ
Snow Flake หรือร่มนะครับ เป็นไอเทมที่ดีมากๆช่วงแรกของพระเลยครับ หามาใช้ได้จะบัฟได้แรงขึ้นมากเลย
ถุงมือเงือก จะมีค่า MPW เยอะกว่าร่มเล็กน้อยครับ
ปีกผึ้ง เป็นไอเทมที่บวก MPW ค่อนข้างสูง และสวยด้วยครับ หาได้จากห้องธาตุดิน ตัวผึ้งนะครับ
ใบไม้ เป็นไอเทมบวก MPW สูงที่สุด ได้จากการทำเควสใหญ่ของเกมส์(เควสเนื้อเรื่องหลัก)
       ส่วนเทคนิคการไปเก็บเลเวลของพระนะครับ แน่นอน เกาะตี้เลยครับ ใช้ระบบ Speed Party ในเกมส์เพื่อหาตี้รับพระแล้วไปยาวๆเลย ซึ่งพระนั้นหาตี้ง่ายอยู่แล้ว และพยายามหาพื้นที่ปลอดภัยจากมอนสเตอร์เพื่อป้องกันตัวเองนะครับ (พยายามยืนให้เป็นจุดศูนย์กลางของเพื่อนจะได้ฮีลถึง)
ก็จบไปแล้วนะครับ สำหรับไกด์สายพระทั้งบู๊และซัพ ก็หวังว่าจะมีประโยชน์ต่อผู้อ่านไกด์ไม่มากก็น้อยนะครับ แล้วเจอกันไกด์หน้าครับ ♥

แนวทางการเล่นอาชีพเมจ Part 1

สำหรับอาชีพเมจนั้น เรียกได้ว่าเป็นอาชีพที่ผู้เล่นใหม่เล่นได้ง่าย เก่งไว สามารถเลเวลคนเดียวก็ได้ หรือจะตี้ก็ดี หาเงินได้ง่าย รวย และมีความสามารถในการฆ่ามอนสเตอร์ที่รวดเร็วนั่นเอง
โดยในไกด์นี้ ขอพูดถึงคราสแรกก่อนนั่นคือ Magician นั่นเอง เพื่อการปูทางไปสู่ Fire Wizard หรือ
Ice Wizard
สำหรับท่านใดที่คิดจะเล่นตัวแรกที่เก็บเลเวลได้ไว ฆ่ามอนสเตอร์เร็ว และหาเงินได้ง่าย แนะนำเมจเลยครับโดยผมขอแยก ข้อดีข้อเสียของเมจดังนี้

ข้อดีของเมจ
  1. ฆ่ามอนสเตอร์ไวมากๆ ของดีๆยิง 1 ทีก็ปลิวแล้ว
  2. ระยะใช้สกิลไกลมากๆ ทำให้มอนสเตอร์ยังไม่ทันเดินถึงตัวก็ตายแล้ว ทำให้ประหยัดยาเพิ่ม HP
  3. มีระบบธาตุตั้งแต่เริ่มทำให้สามารถโฟกัสพื้นที่เก็บเลเวลได้ ยิงตัวธาตุแพ้ทางได้ตั้งแต่เริ่มเกมส์
  4. เนื่องจากข้อ 3 ทำให้ยิงได้แรง ทำให้เมจเป็นอาชีพในไม่กี่อาชีพ ที่สามารถเลเวลมอนสเตอร์ที่สูงกว่าเลเวลตัวเองได้

ข้อเสียของเมจ

  1. เคลื่อนที่ช้ามากๆ
  2. ไม่เก่งเท่าไหร่ในด้านการ PVP เก่งด้าน PVE มากกว่า
  3. สู้กับมอนสเตอร์บางประเภทไม่ได้ (Magic)
  4. เลือดน้อย ตัวบาง
โดย Magician นั้น สกิลจะมีสองรูปแบบ คือสกิลสายไฟ กับสกิลสายน้ำ(แข็ง)
โดยความแตกต่างของสองแบบคือ ไฟจะมีดาเมจที่สูงกว่า แต่ร่ายช้ากว่า ดีเลย์นานกว่า และใช้มานาในการร่ายมากกว่า อีกทั้งระยะร่ายยังสั้นกว่าอีกด้วย
ส่วนเวทย์น้ำ ดาเมจจะเบากว่าสายไฟ แต่ร่ายไวกว่า(มาก) ดีเลย์สั้น(คราสสองแทบไม่มีดีเลย์) ใช้มานาน้อยกว่า ระยะร่ายไกล
แต่!!!คราสแรกผมแนะนำว่าให้ทุกท่านที่คิดจะเล่นเมจ เล่นสายผสม หรือเรียกว่า Hybrid ครับ
สาเหตุคือ จะทำให้เราสามารถเลเวลกับมอนสเตอร์ได้หลากหลายตัวมากขึ้น(ไม่ปิดโอกาศตัวเอง) และอีกทั้งเมื่อเปลี่ยนคราส 2 (หลังทำเควส)ก็จะรีสกิล + Status ให้อยู่ดี ดังนั้นค่อยไปแยกสายจริงจังตอนคราสสองก็ไม่สายครับ
สำหรับ Status จะมีแนวทางในการอัพ 2 รูปแบบ
1.การเล่นสาย Int Wis – แบบนี้คือเล่นตามชุดครับ คืออัพ Wis ไปเรื่อยๆเพื่อใส่ของได้ที่มันกำหนด แต่ข้อดีคือมีทางเลือกในการใส่ชุด อาวุธเยอะ อึด มานาเยอะ ข้อเสียคือ ยิงเบาครับ
2.สาย Int อย่างเดียว สายนี้จะเป็นสายที่ใส่ชุด-อาวุธที่ไม่บังคับการอัพ Status ครับ โดยเน้นการอัพ Int เพียวๆ ซึ่งทำให้สายนี้ยิงได้แรงกว่าสาย Wis พอสมควรครับ แต่ข้อเสียคือ ตัวบางมากก และต้องหาของที่ไม่บังคับอัพ ซึ่งบางทีถ้าหาไม่ได้อาจจะต้องใช้เงินซื้อครับ ดังนั้นสายนี้ต้องให้แรงครับ อย่าให้มอนสเตอร์ถึงตัว ไม่งั้นจุกแน่ๆครับ
ส่วนตัวผมจะเล่น Int เพียว แต่อัพ Wis ตอนช่วงแรก 18 แต้มครับ เพื่อใส่ชุด Viridian Set(ชุดเขียวเลเวล 29 ตามภาพด้านบน) ซึ่งชุดนี้(ตามเซิฟวินเน่า) จะมีขายในร้านครับ ซึ่งสาเหตุที่ต้องทำอย่างนี้ เพราะจะทำให้ช่วงแรกเราไม่ต้องซีเรียสหาชุดมากครับ และชุดนี้ค่อนข้างให้ Option Set ค่อนข้างดี(หมายความว่าถ้าเราใส่ครบจะได้ + สแตทเท่านี้ครับ)
ตามภาพ Option Set ค่อนข้างแจ่มแมวเลย
โดยให้ใส่ชุดนี้ยาวจนกว่าจะหาชุดที่ดีกว่าชุดนี้ได้ครับ(เคยเห็นคนใส่ยันเวล 100+ ก็มี)
สำหรับวิธีการอัพสกิล จากที่บอกว่าเราจะเล่นสายไฮบริด ดังนั้นจึงมีการอัพทั้งสกิลน้ำ และไฟ ไปพร้อมๆกัน โดยจะอธิบายง่ายๆตามรูปสกิลครับ
Staff combo ช่วงแรกเกมส์จะให้เราอัพสกิลนี้ครับ อัพไปเลยครับสกิล+คอมโบเต็ม 5
ต่อไปจะเป็นสกิลนี้ครับ Source of universe อันนี้เป็นสกิลที่ทำให้อัพสกิลโจมตีเวทย์ได้ และทำให้ฟื้นมานาได้ไวขึ้น แต่ช่วงแรกๆอัพแค่ 1 พอครับ จนกว่าจะมีสกิลที่บังคับให้อัพเพิ่ม ถึงอัพเพิ่มครับ
          สองสกิลนี้(Fireball/Frost bolt)เป็นสกิลยิงเดี่ยว ธาตุไฟ และ น้ำตามลำดับ ต้องอัพไว้เป็นทางผ่านครับ อัพแค่อย่างละ 5 พอครับ (แนะนำช่วงแรกๆหามอนสเตอร์ยิง ถ้ายิงตายเช่น เวล 3 ก็ตายแล้ว ก็พอก่อนครับ เอาแค่พอตาย ขึ้นอยู่กับตอนแรกเราไปยิงตัวอะไรด้วยครับ จะมีต่อ  ใน Part 2)
เช่นเดียวกับ สกิลคู่แรกครับ อันนี้อัพเพื่อเป็นทางผ่านครับ อัพแค่ 5 พอ(Mega Frostbolt/Mega Fireball)
สองสกิลนี้ (Ice Cube /Fire Strike)ต้องอัพเต็ม 10 เพื่อเป็นทางผ่านไปสู่สกิลต่อไปครับ ซึ่งสกิลค่อนข้างแรง(มาก) ทำให้ช่วงนี้เราเก็บเลเวลได้ค่อนข้างง่ายครับ
สองสกิลนี้ก็อัพเต็มเช่นกันครับ เพราะเป็นสกิลเดี่ยวที่แรงสุดๆในช่วงนี้แล้วครับ(Mega Fire Strike/Mega Ice Cube)
ส่วนสกิลพวกนี้คือสกิลที่เราไม่ควรอัพอย่างยิ่งในช่วงคราสแรกครับ(รีสกิลตอนเปลี่ยนคราสสองค่อยว่ากัน) เพราะจะทำให้สิ้นเปลืองแต้มอัพสกิล และจะอัพแบบไฮบริดไม่ได้นั่นเอง มีอะไรบ้างดังนี้ครับ
1.ประเภทสกิลกลุ่มทั้งหลาย ไม่ควรอัพอย่างยิ่ง นอกจากจะเบาแล้ว เมจยังเป็นอาชีพที่ช่วงแรกๆไม่สามารถดึงมอนสเตอร์รวมแบบ Knight ได้ครับ ดังนั้นการยิงทีละตัวอาจจะทำให้เวลไวกว่าด้วยซ้ำ
2.Staff Booster คือสกิลเทเลพอร์ตระยะสั้นๆ ช่วงแรกๆยังไม่จำเป็นครับ เปลืองแต้มเปล่าๆ
3.Mana Shield กันดาเมจโดยใช้มานาแทนครับ อย่างที่บอกเราจะเน้นไม่ให้มอนสเตอร์เข้าถึงตัว ดังนั้นการใช้โล่ในช่วงแรกจึงไม่จำเป็นครับ นำไปอัพอย่างอื่นต่อดีกว่า
อะต่อ หลังจากได้ Mega Fire Strike กับ Mega Ice cube แล้ว เราจำเป็นต้องเลือกสายแล้วว่าจะเล่น
เมจน้ำ หรือเมจไฟกันแน่ โดยเราจำเป็นต้องกลับไปอัพ Source of Universe ให้เต็ม 10 แล้วทำ สกิล Ice Mastery หรือ Fire Mastery ให้เต็มเพื่อไปต่อครับ
(เลือกให้ดี เลือกได้ครั้งเดียวเปลี่ยนไม่ได้แล้ว) ส่วนข้อดีข้อเสียไปดูด้านบนอีกรอบครับ
โดยจะมีความแตกต่างกันครับ Fire Mastery จะทำให้การใช้สกิลไฟแรงขึ้น ส่วน Ice Mastery จะทำให้
สกิลน้ำแข็ง ร่ายไวขึ้น ดังนั้นตัดสินใจกันให้ดีครับ
หลังจากนั้นจะต้องทำเควสเพื่อเอาสองสกิลนี้ครับ Phoenix  และ Water Fall ครับ ซึ่งเป็นสกิลสุดยอดของแต่ละสายครับ ดังนั้นจะต้องเลือกได้แค่อันเดียวเท่านั้น
ส่วนจะเก็บเลเวลกับตัวไหน อัพยังไง แล้วคราสสองแต่ละอาชีพดีอย่างไร จะมาต่อกันใน Part 2 นะครับ แล้วเจอกันครับ ^___^

แนวทางเล่นอาชีพ Clown จอมปาของ!! Part 1

หนึ่งในอาชีพที่ผู้เล่นใหม่ให้ความสนใจมากๆ คราว(ตัวตลก)
      เป็นอาชีพที่โจมตีระยะไกล โดยเป็นอาชีพที่มีความสามารถในการ PVP สูงเป็นอันดับต้นๆ และสามารถกำจัดมอนสเตอร์ได้ไว จึงทำให้เป็นอาชีพที่มีความนิยมสำหรับผู้เล่นใหม่ แต่เดี๋ยวก่อน….
มาดูข้อดีข้อเสียของคราวกันดีกว่า


สายปาของอิ้นล้วน(INT)
ข้อดี
1. โจมตีระยะไกล แรง(สายปา) มอนสเตอร์ไม่ค่อยถึงตัว
2. มักจะต้องหาของออฟชั่น ASP(Attack Speed) ทำให้ปาได้รวดเร็วรุนแรงไปอีก DPS สูง
3. เนื่องด้วยความแรงและไกล จึงเหมาะกับการฆ่าบอสมากๆ
4. ฆ่าคนโหดมาก ยิ่งของเทพๆยิ่งโหด ปาแป๊บเดียวดับ
5. ดาเมจขึ้นอยู่กับราคาของที่เอาไปปา ยิ่งแพง ยิ่งแรง (แต่ก็ยิ่งจน)
ข้อเสีย
1.จน จน จน บอกเลยครับ อาชีพนี้ผลาญเงินทองในกระเป๋ายิ่งกว่าปล้น เพราะนอกจากจะต้องการของที่ดีแล้ว ยังต้องทุ่มไปกับออฟชั่น ASP ซึ่งแพงมากๆอีก ไหนจะค่าของที่ใช้ในการเอาไปปาเล่น โอ้ย บอกเลย ถ้าไม่มีตังจริง อยู่ยาก ดังนั้นผู้เล่นใหม่ที่จะเล่นคราวเป็นตัวแรก กรุณาคิดให้ถี่ถ้วนด้วย แล้วจะหาว่าไม่เตือน (โดนมาแล้วตอนเซิฟเวอร์วินเน่า เล่นคราวตัวแรก TT^TT)
2.ตัวบางมาก เจอมอนสเตอร์ทุบไม่กี่ทีไปสวรรค์แน่นอน (รวมถึงคนด้วย ปาเขาไม่ตาย มีงานเข้าแน่)
3.ต้องการพระตลอดเวลา Cleric ขาดไปเหมือนขาดใจ เพราะจะตีมอนสเตอร์แทบไม่โดนเลย ต้องหาพระคู่ใจมาบัฟแม่นให้ ดังนั้น คิดจะเล่นหาเพื่อน หาตี้ให้ดีก่อน
4.ชุดหาลำบาก เพราะต้องใส่ชุดที่ไม่บังคับอัพ Stat ดังนั้น คงต้องเสียตังซื้ออีกแล้ววว โอ้ยยย จะจนไปไหนเนี่ยยย
สายปาของ แต่อัพสแตทผสม(INT+AGI+STR) อิ้นนำ แต่อัพ AGI STR แค่เพื่อใส่ชุด
ข้อดี
1.โจมตีระยะไกลเหมือนกัน แต่เบากว่าสายแรก อาจจะโดนโจมตีบ้าง (1-2 ฮิต) แต่แลกมาด้วยชุดที่ใส่ตามเลเวล ทำให้อึดกว่ามาก ไม่ค่อยมีปัญหากับมอนสเตอร์เท่าไหร่
2.ใช้ของออฟชั่น ASP เหมือนกัน ดังนั้นความเร็วก็พอสมควร
3.ฆ่าคนก็พอได้ เพราะพอมีความอึดอยู่บ้าง เจอสวนมา ไม่ล้มง่ายๆ
4.ใช้ของตามเลเวล ทำให้ประหยัดต้นทุนในการซื้อชุดที่ไม่บังคับ Stat หาได้ง่ายในตลาดทั่วไป
5.โจมตีแม่นใช้ได้ ทำให้อาจจะไม่ต้องพึ่งพระมาก แถมมีโอกาสติดคริติคอล(จากAGI)สูงขึ้นด้วย
ข้อเสีย
1.แรงไม่สุด ทำให้เวลาช้ากว่าแบบแรก และมอนสเตอร์ถึงตัว อาจจะต้องปั้มยาเลือดช่วย
2.ก็ยังเปลืองตังมากๆอยู่ดีเพราะต้องซื้อลูกดอก+การ์ดมาปามอนสเตอร์ รับรอง จน จน จน!!!
3.มอนสเตอร์บางตัวมีค่าหลบเยอะ ก็ต้องใช้พระมาบัฟอยู่ดี
4.ฆ่าบอสช้ากว่าแบบแรก
สายคอมโบ(Str นำ +Agi + Int) Str นำ แต่อัพ Agi Int เพื่อพอใส่ชุด
ข้อดี
1.เป็นการเล่นคราวแบบประหยัด ระยะไกล แต่ไม่ใช้ลูกดอก ไม่ใช้การ์ด (มีสกิลช่วยอยู่) ทำให้มีโอกาสสร้างเนื้อสร้างตัว ไม่ใช่จน จน จน แบบสองสายแรก
2.กดคอมโบ ความแรงใช้ได้(มีสกิลปิด Dual Jumping Knife ที่แรงใช้ได้) ทำให้พอเลเวลมอนสเตอร์ไปได้
3.มี Agi ทำให้ตีมอนสเตอร์ค่อนข้างแม่น การพึ่งพระและระบบปาร์ตี้น้อยลง
4.เหมาะแก่คนเรื่อยๆ แต่ก็เวลได้เรื่อยๆ อาจจะต้องปั้มยาบ้างเพราะมอนสเตอร์ถึงตัว แต่แลกมาด้วยความอึดทำให้สามารถยืนรับมอนสเตอร์ได้บ้าง
ข้อเสีย
1.เบากว่าสองแบบแรกเยอะ เพราะสกิล + คอมโบของคราวไม่เทพเท่า วอ ดังนั้นอาจใช้เวลาในการฆ่ามอนสเตอร์พอสมควร ( ถึงจะมีสกิลโจมตีปิดคอมโบก็เหอะ)
2.ช้า ทำให้บางตี้ไม่รับตี้(ประสบการณ์ส่วนตัว เล่นคราวสาย Str ตอนแรก ไม่มีตี้ไหนรับจนต้องรีสแตท+สกิลมาเล่นสายปา TT_TT เศร้า)เพราะฆ่ามอนสเตอร์ช้ากว่าสายอื่น
3.มอนสเตอร์บางตัวหลบเยอะก็ต้องใช้พระอยู่ดี
4.ฆ่าคนไม่ได้ เพราะคอมโบดาเมจเร่งไม่ทัน แถมเจอสวนตายเอาง่ายๆ
      ส่วนตัวเมื่อเซิฟเวอร์ที่แล้ว (วินเน่า) เล่นคราวเป็นตัวแรกครับ แต่ตั้งเป้าว่าจะเล่นแอส(แบบไม่รู้ว่ามันจะผลาญตังอะไรขนาดนี้) ทำให้ถึงสัจจะธรรมว่า เป็นคราวต้องอดทนครับ กับความจนและค่าลูกดอก T_Tโดยช่วงแรกเล่นเป็นคราวสาย Str คอมโบ ก็สนุกดีนะครับ ฆ่ามอนสเตอร์ได้เรื่อยๆ ไม่เปลืองดี แต่พอช่วงจะเลเวล 100 ไม่มีคนรับเข้าตี้ เจอเตะรัวๆ T^T สาเหตุเพราะเขาบอกฆ่ามอนช้า กาก เลยจำใจรีมาสายปาครับ ฮือๆ T^T
 
และคราวเป็นตัวที่ผมเล่นถนัดที่สุด จนคราสสองเปลี่ยนเป็นแอสครับ ดังนั้นใครรอไกด์ Assasin รอได้เลยครับ เดี๋ยวลงให้แน่นวล
(ส่วนเซิฟ Playwith ยังไม่เข็ดครับ ตั้งเป้าเล่นแอสเหมือนเดิม 55555+ แต่รอบนี้จะเล่นเมจเอาไว้หาของให้แอสแล้วหละ คงไม่เล่นตัวแรกแล้ว จน จน จน )
การอัพสกิล ขอแบ่งเป็นสองสายนะครับ สายปา (แบบที่ 1+2) กับสายคอมโบ(แบบที่3)
สำหรับสกิลของ Clown นั้นบอกเลยว่าแต้มค่อนข้างเหลือเฟือ โดยสายปามักจะอัพดังนี้
สกิลแรก Dagger combo +ความแรงคอมโบ ต้องอัพให้เต็มเพื่อเป็นทางผ่านไปสกิลอื่นครับ
สกิล Passion ทำให้หลอดคอมโบขึ้นเร็ว จริงๆอัพแค่ 3 ก็พอครับ เพราะสกิลต่อไปต้องการแค่นั้น
Throw Whatever สกิลปาครับ อัพได้ตอนเลเวล 13 ดาเมจเมื่ออัพเต็ม 400% ครับ โดยสิ่งที่มีผลได้แก่
1.ราคาของที่ใช้ปา(เบสิกก็ลูกดอก) 2.ค่า Mpw และ Atk โดยที่ Mpw จะมีผลมากกว่า Atk ครับ เช่น 1MPW = 2 ATK ดังนั้นจึงเน้นที่ MPW ครับ(แต่ก็ต้องเน้น ATK จากของด้วย)
Random Throwing สกิลปาการ์ดครับ ทำให้การปากา่ร์ฺดจะแรงขึ้น กลายเป็น 500% ครับ โดยจะเริ่มเรียนได้ตอนเลเวล 90
จะสังเกตุว่าช่วงห่างระหว่างเลเวลสกิลเยอะมาก ดังนั้นแต้มสกิลเราจะเหลือเยอะครับ
ที่เหลือจะเป็นพวกบัฟครับดังนี้
Urge และ Party Urge โดยสกิลแรกอัพได้ตอน เลเวล 40 และสกิลสองอัพได้ตอนเลเวล 60 จะช่วยเพิ่ม Atk Speed 20% ครับ บัฟดีมากๆ ต่างกันท่าแรกใช้ใส่ตัวเอง แต่อันสองใช้ทีได้ทั้งปาร์ตี้ครับ ดีมากๆเลย
แต่จะอัพท่านี้ได้มันจะบังคับอัพท่านี้ 5 ครับ
Lullaby เป่าเพลงกล่อม ร่ายใส่ตัวเองไม่ได้ครับ ใช้ได้กับเพื่อนเท่านั้น ช่วยบัฟให้เพื่อนเร่งการฟื้น HP AP สองเท่าครับ ก็เป็นสกิลที่ดีสำหรับเพื่อน เต็มสุดที่เลเวล 10 แต่จริงๆอัพแค่ทางผ่าน 5 พอครับ
ต่อไปเป็นสกิลเลียนแบบครับ
Masquerade สกิลที่ใช้กดเลียนแบบอาชีพครับ โดยกดใช้ที่ผู้เล่นใครก็ได้ จะทำให้เราได้บัฟ Stat ตามแต่อาชีพที่เราเลียนแบบครับ มีดังนี้
1.Knight จะเพิ่ม DEF
2.Warrior จะเพิ่ม ATK
3.Mage จะเพิ่ม MPW
4.Craftman จะเพิ่้ม Critical
โดยแนะนำให้ใช้ใส่ Mage จะดีทื่สุดครับ เพิ่ม MPW ทำให้ปาแรงขึ้น แต่ถ้าในตี้ไม่มีก็ก็อปปี้ Warrior ก็พอหยวนๆได้ครับ
โดยการจะอัพ Masquerade นั้นจะต้องอัพสามสกิลนี้เป็นทางผ่านก่อนครับ
สกิล Playing Dead แกล้งตาย อัพ 1 และสกิลคลาน Crawnling อัพแค่ 1 โดยเป็นสกิลที่เอาไว้เคลื่อนที่(แบบช้าๆ และฮาๆ) ผ่านฝูงมอนสเตอร์อันตรายครับ และอีกสกิลคือ Cheer สกิลนี้ไว้ใช้เติมหลอดคอมโบทั้งของตัวเองและของเพื่อนครับ แต่เราไม่ได้เล่นคอมโบดังนั้นอัพไว้แค่ทางผ่านแค่ 1 ครับ
สุดท้ายสำหรับสายปา
Lucky Strike ได้จากการใช้หนังสือสกิล จะทำให้มีโอกาส (น้อยมากๆ) ติดคริติคอล คูณ 3 ครับ แต่มันโอกาสน้อยมากๆ ดังนั้นอย่าไปหวังให้มาก
สำหรับสายคอมโบ(แบบที่ 3 เน้น Str)
สายนี้รูปแบบคือคอมโบไปเรื่อยๆโดยเล็งให้ฮิตสุดท้ายใช้สกิลแล้วตายพอดีนะครับ
สกิลที่ต้องอัพคือ
Knife Combo และ Passion สำหรับสายคอมโบต้องอัพให้เต็มเลยครับ
สกิล ปามีดเดี่ยว ความแรง 330% ถือว่าไม่แรงมากแต่ก็พอใช้ได้ช่วงแรกครับ แนะนำอัพเต็มเลย เริ่มอัพได้ตอนเลเวล 15
Poison Dagger สกิลมีดพิษ ความแรงสกิล 510% แต่มีผลของ DOT(Damage Over Time ติดพิษเรื่อยๆ)
อัพได้ตอนเลเวล 70 ครับ อัพเต็มไปเลยครับ
และสกิลโจมตีสุดท้าย Dual Jumping Dagger ครับ เป็นสกิลโจมตีที่ดาเมจมาจาก ATK ดาเมจ 1840% ถือว่าค่อนข้างแรงอยู่ครับ ถ้าสายคอมโบได้สกิลนี้มาจะทำให้เก็บเวลได้ง่ายขึ้นมาก ได้ตอนเลเวล 80 ครับ
สอนสเตปการเก็บเลเวลให้นะครับ
ช่วงก่อนที่จะได้ Poison Dagger เราจะต้องลองใช้ Single Dagger(ปามีดเดียว) ดูก่อนว่ามอนสเตอร์เลือดลดไปกี่ %
เช่น มอนสเตอร์เลือด 1000 แต่ใช้สกิลได้ดาเมจ 250
ดังนั้นการจัดการ เราจะทำการคอมโบก่อนครับ ให้เลือดมอนเหลือต่ำกว่า 250(เล็งหลอดเอา) แล้วใช้สกิลปิดการโจมตี
แต่ถ้ามี Poison Dagger บางคนก็จะปามีดพิษ ->คอมโบ->ปามีด ก็ตามนี้ก็ได้ครับ จะทำให้เก็บมอนได้ง่าย
ส่วนสกิลบัฟ Urge Party Urge ก็ต้องมีเช่นสายปาครับ
สกิลเลียนแบบ ให้เน้นใช้ใส่ Warrior เพิ่มโจมตีครับ แต่ถ้าหาไม่ได้ จะก็อปปี้ไนท์ หรือคราฟแมนก็ได้ครับ(เอาถึก กับคริ)
สกิล Cheer ต้องอัพเต็มครับ ทำให้กดทีเดียว หลอดคอมโบเต็มหลอด สะดวกมากๆเลยครับ
Lucky Strike ก็เหมือนสายปา เพิ่มคริสามเท่า แต่โอกาสติดน้อยมากครับ
สำหรับไกด์นี้ก็ขอจบเพียงเท่านี้นะครับ สำหรับการอัพสแตท สกิล และการวิเคราะห์ข้อดี-เสีย
สำหรับ Part 2 ก็จะมาต่อเรื่องของแนวทางการเก็บเลเวล และไอเทมของที่น่าสนใจครับ
อย่าลืม ท่องเอาไว้ จน จน จนนนน!!!!
แล้วเจอกันใหม่นะ♥
แสดงความคิดเห็น